รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดสำหรับยูโร
การทดสอบราคาแถว 1.1616 เกิดขึ้นในจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวลงมาต่ำกว่าระดับศูนย์ค่อนข้างมาก ทำให้แรงลงของคู่เงินถูกจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) เผยแพร่คาดการณ์ชุดใหม่ออกมา
เมื่อวานนี้ยูโรสามารถทรงตัวได้ แม้จะโดนแรงกดดันรุนแรงจากดอลลาร์สหรัฐ ฝั่งสกุลเงินสหรัฐได้แรงหนุนจากรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต ซึ่งเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน: ตัวเลขรายปีขยับขึ้นแตะ 5.4% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 4.7% เมื่อรวมกับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของตลาดว่าจะยังมีการขึ้นดอกเบี้ยของ Federal Reserve อีกหนึ่งครั้งในปีนี้ เนื่องจากดัชนีราคาผู้ผลิตมักนำสัญญาณของเงินเฟ้อผู้บริโภค การเร่งตัวของตัวเลขดังกล่าวจึงกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ช่วยหนุนดอลลาร์ และในช่วงแรกดอลลาร์จึงแข็งค่าขึ้นอย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม ท่าทีของ ECB ก็ช่วยพลิกบรรยากาศได้บางส่วน การขึ้นดอกเบี้ยของ Christine Lagarde เน้นย้ำถึงความเสี่ยงหลักว่า พลังงานที่มีราคาสูงจะค่อย ๆ ซึมลึกเข้าไปในเงินเฟ้อพื้นฐานและราคาสินค้าอาหาร ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อโดยรวมยังอยู่เหนือเป้าหมายอย่างเห็นได้ชัดไปจนอย่างน้อยครึ่งแรกของปี 2027 ในมุมมองของผม นี่ฟังดูออกไปทาง “ฮอว์คิช” พอสมควร เพราะธนาคารกลางส่งสัญญาณค่อนข้างชัดว่าไม่คิดจะหยุดเพียงเท่านี้
วันนี้ยูโรเริ่มต้นวันโดยแทบไม่มีปัจจัยภายในมาชี้นำ เนื่องจากตัวเลขในปฏิทินมีเพียงข้อมูลอัตราว่างงานรายไตรมาสของอิตาลี ซึ่งมีนัยต่อทิศทางตลาดค่อนข้างจำกัด ตัวเลขเช่นนี้แทบไม่สามารถกำหนดทิศทางให้สกุลเงินยูโรได้ และการไปยึดมันเป็นหลักในการมองหาทิศทางก็แทบไม่มีประโยชน์ ทางที่มีเหตุผลกว่าคือ การที่ความสนใจของผู้เล่นในตลาดได้ขยับไปยังฝั่งสหรัฐแล้ว ซึ่งจะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญในช่วงเวลาเทรดของสหรัฐ ผมมองว่าการคาดการณ์ต่อรายงานดังกล่าวจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของยูโรในช่วงครึ่งวันแรก ก่อนตัวเลขสำคัญระดับนี้ ฝั่งผู้ซื้อไม่น่าจะกล้าเพิ่มสถานะมากนัก เพราะความเสี่ยงสูงเกินไป และข้อมูลสามารถทำให้ดอลลาร์แกว่งได้ทั้งสองทิศทาง ผมคาดว่า EUR/USD จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบและค่อนข้างซบเซาก่อนเปิดตลาดสหรัฐ และทิศทางจริง ๆ จะเริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐถูกเผยแพร่ออกมาแล้ว
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมจะโฟกัสเป็นหลักที่สถานการณ์หมายเลข 1 และหมายเลข 2
สถานการณ์สำหรับการเปิดสถานะซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้สามารถเปิดสถานะซื้อยูโรได้ หากราคาขึ้นไปถึงบริเวณ 1.1616 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าการปรับขึ้นไปที่ 1.1638 ที่ระดับ 1.1638 ผมมีแผนที่จะปิดสถานะออกจากตลาดและเปิดสถานะขายยูโรในทิศทางตรงข้าม โดยคาดหวังกำไรจากการเคลื่อนไหวประมาณ 30–35 pips จากจุดเข้า คาดว่าราคายูโรจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ตามทิศทางตลาดกระทัง (bull market) หมายเหตุสำคัญ: ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันตัวขึ้นจากเส้นดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะเปิดสถานะซื้อยูโรวันนี้อีกกรณีหนึ่ง คือหากเกิดการทดสอบระดับ 1.1603 ติดต่อกันสองครั้ง ขณะที่ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่อ และเอื้อต่อการกลับตัวขึ้น สามารถคาดหวังการเคลื่อนไหวกลับไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.1616 และ 1.1638
สถานการณ์สำหรับการเปิดสถานะขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนเปิดสถานะขายยูโรหลังจากราคาขึ้นไปแตะระดับ 1.1603 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ระดับ 1.1578 ซึ่งเป็นจุดที่ผมวางแผนจะปิดสถานะออกจากตลาด และเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงข้ามทันที (คาดการณ์การกลับตัวจากระดับดังกล่าวราว 20–25 pips) แรงกดดันต่อคู่เงินนี้จะกลับมาอีกครั้งในวันนี้ หากข้อมูลตัวเลขออกมาอ่อนแอ หมายเหตุสำคัญ: ก่อนเปิดสถานะขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันตัวลงจากเส้นดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะเปิดสถานะขายยูโรวันนี้อีกกรณีหนึ่ง คือหากเกิดการทดสอบระดับ 1.1616 ติดต่อกันสองครั้ง ขณะที่ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อ และกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวลง คาดว่าจะเห็นการปรับตัวลงไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.1603 และ 1.1578
สิ่งที่ควรสังเกตบนกราฟ:
- เส้นเขียวเส้นบาง – ราคาเปิดสถานะที่คุณสามารถซื้อเครื่องมือการเทรดได้;
- เส้นเขียวเส้นหนา – ราคาประเมินที่คุณสามารถตั้งจุด Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสไม่มากที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้สูงกว่าระดับนี้;
- เส้นแดงเส้นบาง – ราคาเปิดสถานะที่คุณสามารถขายเครื่องมือการเทรดได้;
- เส้นแดงเส้นหนา – ราคาประเมินที่คุณสามารถตั้งจุด Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสไม่มากที่ราคาจะปรับตัวลงไปได้ต่ำกว่าระดับนี้;
- อินดิเคเตอร์ MACD เมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ควรคำนึงถึงโซนที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold) ด้วย
สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex จำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อจะตัดสินใจเปิดออเดอร์ โดยทั่วไปแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ เพื่อป้องกันการติดอยู่ในช่วงที่ราคาผันผวนรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีข่าวออก ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop order) ทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน หากไม่มีการตั้ง stop order ไว้ คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่มีการบริหารจัดการเงินทุน (money management) และใช้ขนาดสัญญาเทรดที่ใหญ่เกินไป
ควรจำไว้ด้วยว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างที่ให้ไว้ด้านบน การตัดสินใจเข้าเทรดแบบฉับพลันตามสภาวะตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว มักเป็นกลยุทธ์ที่มีโอกาสขาดทุนสูงสำหรับเทรดเดอร์สายเทรดในวัน (intraday)